กองทัพอากาศถือได้ว่าเป็นกองทัพเทคนิค   เนื่องจากต้องปฏิบัติภารกิจ โดยใช้ อากาศยานและ
ระบบอาวุธ ที่มีเทคโนโลยีสูง ดังนั้น การวิจัยและพัฒนา ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงเป็นหัวใจสำคัญ
ในการเรียนรู้และติดตาม เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อ การ ปฏิบัติการ และการใช้เครื่องมืออุปกรณ์นั้นๆ ได้อย่างมีประ
สิทธิภาพรวมทั้ง เกิดความรู้ความเข้า
ใจในการ ปรนนิบัติบำรุงอุปกรณ์นั้น ๆ
ให้สามารถ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิ
ผลสูงสุด อีกทั้งยังอาจทำการวิจัยและ
พัฒนา อาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ ขึ้นใช้
เองได้ เมื่อมีความต้องการและมีปัจจัย
ต่าง ๆพร้อมในอนาคต ในอดีตการวิจัย
และพัฒนา ของ กองทัพอากาศ มักจะ
แฝงอยู่ใน รูป ของการซ่อมบำรุง เพื่อ
เป็น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละ
หน่วยงาน โดยไม่มีนโยบาย เป้าหมาย
รูปแบบ ที่แน่นอน ชัดเจนต่อมาเมื่อต้น
ปี พ.ศ.๒๕๑๗   ประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั้ง
ภายในและภายนอกประเทศทำให้ทาง
สหรัฐอเมริกาได้ลด การสนับสนุนทาง
ทหาร ต่อกองทัพไทย ลงเป็น จำนวน
มากอันเป็นผลทำให้เกิดการขาดแคลน
อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ต้องมีไว้ใช้ในการ
ฝึกและสะสมสำ รอง สงคราม ซึ่งมีผลกระทบ กระเทือน ต่อความมั่นคง ของชาติโดยส่วนรวม ในขณะนั้นกองทัพอากาศ พิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจำเป็น อย่างยิ่งที่ ต้องเร่งปรับปรุง พัฒนา อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีใช้- อยู่ ให้สามารถ ดำรงสภาพการใช้งาน ได้ต่อไปหรือให้มีประสิทธิภาพ สูงขึ้น และต้องพยายามทำการ วิจัย และพัฒนาใน การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นใช้เองให้ได้ เพื่อลด การพึ่งพาจากต่างประเทศ และต้องมีความพร้อมใน การดูแลบำรุงรักษา จึงได้มีมติ ให้จัดตั้งหน่วยงาน เพื่อรับผิดชอบ โดยมีรายละเอียดตามลำดับดังนี้

ปี พ.ศ.๒๕๑๗ จัดตั้ง "สำนักงานวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทธภัณฑ์" เพื่อดำเนินการ ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทธภัณฑ์ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาจรวดอากาศขึ้นใช้ในกองทัพอากาศ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ

ปี พ.ศ.๒๕๑๙ จัดตั้ง "ศูนย์วิจัยระบบและคำนวณกองทัพอากาศ" มีภารกิจและหน้าที่ อำนวยการ ดำเนินการ และพัฒนาเกี่ยวกับ การวิจัยระบบอาวุธ ระบบงานทางยุทธการ การข่าว ส่งกำลังบำรุงและกำลังพล โดยการใช้เครื่องคำนวณ ตลอดจนการควบคุม กำกับการ และประสานงาน ใช้เครื่องคำนวณของกองทัพอากาศ

ปี พ.ศ.๒๕๒๐ จัดตั้ง "สถาบันวิจัยและพัฒนาการกองทัพอากาศ" เพื่อรองรับภารกิจงาน ด้านการวิจัยและพัฒนาให้มีความ สอดคล้องกับ ศวจ. บก.ทหารสูงสุด โดยได้รวม สำนักงานวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทธภัณฑ์ และศูนย์วิจัยระบบและ คำนวณกองทัพอากาศ มาเป็น หน่วยขึ้นตรง โดยมีการจัดส่วนราชการดังนี้
๑. กองธุรการ
๒. สำนักงานบริหารการวิจัยและพัฒนาการ
๓. ศูนย์วิจัยระบบและคำนวณ
๔. สำนักงานวิจัยและพัฒนาอากาศยาน
๕. สำนักงานวิจัยและพัฒนาสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์
๖. สำนักงานวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทธภัณฑ์

ปี พ.ศ.๒๕๒๔ จัดตั้ง "ศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ" (เพื่อพลาง) เนื่องจากกองทัพอากาศเห็นว่า ชื่อ "สถาบันวิจัยและพัฒนาการกองทัพอากาศ" ไม่เหมาะสม กับภารกิจที่ได้กำหนดไว้ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกองทัพอากาศ" เมื่อนำ เรื่องการตั้งชื่อเข้าพิจารณา ในการประชุมของ คณะเสนาธิการร่วม ปรากฏว่าชื่อไปพ้องกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและพลังงาน กองทัพอากาศ จึงพิจารณา ชื่อหน่วย ใหม่โดยใช้ชื่อว่า "ศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ" เรียกชื่อย่อว่า "ศวอ.ทอ." ตามพระราชกฤษฎีกาให้ไว้เมื่อ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๕ (ศวอ.ทอ. จึงถือเอาวันที่ ๑๒ กันยายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย) และกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้เป็นอัตราปกติ เมื่อ ๙ กันยายน ๒๕๒๖ โดย มีการจัดส่วนราชการ ดังนี้
๑. กองธุรการ
๒. กองแผนและโครงการ
๓. สำนักงานวิจัยระบบคำนวณ
๔. สำนักงานพัฒนาการสร้างอาวุธ และมีหน่วยขึ้นตรง ซึ่งเป็นอัตราเพื่อพลางอีก ๓ หน่วย คือ
    ๑. สำนักงานวิศวกรรมอากาศยาน
    ๒. สำนักงานวิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์
    ๓. สำนักงานวิทยาศาสตร์ประยุกต์

ปี พ.ศ.๒๕๓๗ ได้มีการปรับปรุงแก้อัตราโครงสร้างของหน่วย เพื่อให้สอดคล้อง กับภารกิจ ของกองทัพอากาศ และระบบงานวิจัย ของกระทรวงกลาโหม ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๒๑/๓๗ ลง ๒๒ ก.พ.๓๗ เรื่อง อัตรากองทัพอากาศ ๒๕๐๖ (ครั้งที่ ๑๘๒) ให้ใช้อัตราเฉพาะกิจหมายเลข ๕๕๐๐ และคำสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับที่ ๑๘๗/๓๗ ลง ๑๓ มิ.ย.๓๗ เรื่อง แก้อัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๖ (ครั้งที่ ๖๓๐) ให้ใช้อัตราเฉพาะกิจหมายเลข ๕๕๐๑

ปี พ.ศ.๒๕๓๙ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขอัตรากองทัพอากาศขึ้นใหม่ โดยให้ยกเลิกอัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๖ ที่ใช้อยู่เดิม ตามคำสั่ง กองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับที่ ๑๑๗๑/๓๙ ลง ๑๖ ก.ค.๓๙ เรื่อง แก้อัตรากองทัพอากาศ และให้ ศวอ.ทอ.ใช้อัตราเฉพาะกิจหมายเลข ๕๓๐๑ ซึ่งเป็นอัตราเฉพาะกิจที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

รายชื่อ ผู้บัญชาการศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ
(ปี ๒๕๒๖ - ปัจจุบัน)

๑. พล.อ.ท.พิสุทธิ์ ฤทธาคนี ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๒๖ - ๓๐ ก.ย.๒๗
๒. พล.อ.ท.สมโพธิ ปัญญาสุข ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๒๗ - ๓๐ ก.ย.๒๘
๓. พล.อ.ท.ศักดิ์ ธารีฉัตร ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๒๘ - ๓๐ ก.ย.๒๙
๔. พล.อ.ท.วิชัย กาญจนาภา ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๒๙ - ๓๐ ก.ย.๓๐
๕. พล.อ.ท.จรูญ วุฒิกาญจน์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๐ - ๓๐ ก.ย.๓๑
๖. พล.อ.ท.ประเสริฐ รัตนกาฬ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๑ - ๓๐ มี.ค.๓๓
๗. พล.อ.ท.สมมติ สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ เม.ย.๓๓ - ๓๐ ก.ย.๓๔
๘. พล.อ.ท.กานต์ สุระกุล ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๔ - ๓๐ ก.ย.๓๕
๙. พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๕ - ๓๐ ก.ย.๓๗
๑๐. พล.อ.ท.บุญฉันท์ พันตาวงศ์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๗ - ๓๐ ก.ย.๓๘
๑๑. พล.อ.ท.เกียรติศักดิ์ เทพกุญชร ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๘ - ๓๐ ก.ย.๓๙
๑๒. พล.อ.ท. สมานมิตร รุจาคม ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๓๙ - ๓๐ ก.ย.๔๐
๑๓. พล.อ.ท.อมฤต จารยะพันธุ์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๔๐ - ๓๐ ก.ย.๔๒
๑๔. พล.อ.ท.พัลลภ บุญลือ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๔๒ - ๓๐ ก.ย.๔๔
๑๕. พล.อ.ท.อดิเรก จำรัสฤทธิรงค์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๔๔ - ๓๐ ก.ย.๔๘
๑๖. พล.อ.ท.สมชาย เธียรอนันท์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๔๘ - ๓๐ ก.ย.๔๙
๑๗. พล.อ.ท.สมนึก พาลีบัตร์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๔๙ - ๓๐ ก.ย.๕๑
๑๘. พล.อ.ท.อภิศักดิ์ บุญเผื่อน ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๕๑ - ๓๐ ก.ย.๕๓
๑๙. พล.อ.ท.เฉลิม ตรีเพ็ชร ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๕๓ - ๓๐ ก.ย.๕๕
๒๐. พล.อ.ท.เมธา สังขวิจิตร ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๕๕ - ๓๐ ก.ย.๕๖
๒๑. พล.อ.ท.โสภณ สรรพนุเคราะห์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๕๖ - ๓๐ ก.ย.๕๗
๒๒. พล.อ.ท.สุรศักดิ์ มีมณี ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๕๗ - ๓๐ ก.ย.๕๘
๒๓. พล.อ.ท.สราวุธ กลิ่นพันธุ์ ดำรงตำแหน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๕๘ - ๓๐ ก.ย.๖๐
๒๔. พล.อ.ท.สุรพล เถาปฐม ดำรงตำแน่งระหว่าง ๑ ต.ค.๖๐ ถึงปัจจุบัน